28 มีนาคม 2569

"ระบบวินัย ทำซ้ำ หรือ ความคิดสร้างสรรค์"อันไหนดีกว่ากัน

"ในระบบการฝึกซ้อมแบบชาติตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) หรือ ระบบแบบชาติตะวันตก(ประเทศโซนยุโรป หรือ ฝรั่งอเมริกัน) แบบไหนดีหรือเวิร์กกว่ากัน"

ก่อนที่จะมาเขียน บทความนี้ ผมยังนึกชื่อหัวข้อ ไม่ออก ว่าจากตั้งชื่อว่า อะไรดีครับ

เป็นสิ่งที่อยู่ในความคิด ตกตะกอนมาพอสมควรครับ กับระบบการฝึกซ้อมของแต่ละชาติ เดี๋ยวผมจะค่อยๆเรียบเรียงนะครับ


ผมขอแยกเป็น 2 หัวข้อตามนี้นะครับ
1. การฝึกแบบระบบตะวันออก (ประเทศชั้นนำ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) 
2. การฝึกแบบระบบตะวันตก (ประเทศโซนยุโรป แบบฝรั่ง อเมริกัน)

มาพูดทีละหัวข้อกันเลยครับ


1. การฝึกแบบระบบตะวันออก (Systematic &Result-Oriented) จะเห็นได้ว่าประเทศชั้นนำที่เราเห็นอยู่คุ้นตา ก็คือประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ไทเป จะมีระบบ การฝึกที่เป็นรูปแบบทีมใหญ่ เน้นระบบวินัย การทำซ้ำ การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด มีรูปแบบ แพทเทิร์นชัดเจน จุดเด่นของระบบนี้คือ

  • ความสมบูรณ์แบบ ท่าการตี วงสวิงฟุตเวิร์คจะเหมือน ออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน ท่าทางฟอร์มการตีเหมือนกัน
  • การฝึก จะเข้มข้นอยู่ภายใต้ความกดดัน เด็กที่ฝึกจะมีความนิ่งและมีความอดทน ต่อความเหน็ดเหนื่อยและลำบากสูง
  • ผลิตนักกีฬาออกมาได้เป็นจำนวนมาก และต่อเนื่อง เหมาะกับประเทศหรือทีมที่มีนักกีฬาเป็นจำนวนมาก

แต่ก็มีจุดด้อยให้เห็นคือ

  • นักกีฬาจะเหมือนหุ่นยนต์ ขาดความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเจอคู่ต่อสู้เล่นนอกตำรา อาจจะ ปรับเปลี่ยนเกมยาก
  • ความเครียดสะสม นักกีฬาจำนวนมากเลิกเล่นเร็ว เพราะทนรับแรงกดดันหรืออาการบาดเจ็บจากการฝึกหนักไม่ไหว


2. การฝึกแบบระบบตะวันตก (Creative & Athlete-Centered) ระบบนี้ส่วนใหญ่จะเห็นไหน ชาติยุโรป อเมริกัน หรือเป็นวิธีการสอนสมัยใหม่ ซึ่งจะเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และการเรียนรู้ผ่านการเล่น มีจุดเด่นของระบบแบบนี้คือ
  • ความคิดสร้างสรรค์ เด็กจะได้ลองเล่นช๊อตแปลกๆ กล้าเล่น ลูกหลอก เพราะไม่กลัวที่จะโดนดุเมื่อทำผิด
  • ความยั่งยืน ในการเล่นกีฬานั้น เด็กจะรักกีฬา และอยู่กับมันได้นานกว่าเพราะรู้สึกสนุก และเป็นแรงผลักดันหลัก และลดโอกาสในการ Burnout หรือหมดไฟ
  • การแก้ปัญหา เมื่อเจอสถานการณ์หรือปัญหาเฉพาะหน้าในสนาม เด็กกลุ่มนี้จะสามารถเอาตัวรอดได้ดี เพราะถูกฝึกให้คิดเองมาตั้งแต่ต้น
  • สามารถใช้โฟกัสกับนักกีฬาระดับท็อป หรือ ประเทศที่มีจำนวนนักกีฬาน้อย
จุดด้อยของระบบนี้คือ
  • ระเบียบวินัยและพื้นฐานหากคุมไม่ดี พื้นฐานในการเล่นอาจจะไม่เป๊ะเท่าฝั่งตะวันออก เพราะเน้นความสนุกมากกว่าการทำซ้ำ
  • จะใช้เวลานานกว่า กว่าที่พรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์จะผลิดอกออกผล อาจจะต้องใช้เวลาบ่มเพาะนานกว่า การจับวางในระบบ
"แล้วแบบไหนดีกว่ากัน"

ไม่มีแบบไหนดีที่สุด100% แต่ขึ้นอยู่กับ "ช่วงวัย" และ "เป้าหมาย" ของนักกีฬาครับ

1. ในการฝึกเด็กเล็กหรือพื้นฐาน ศาสตร์แบบตะวันตก มักจะได้ผลดี ในการสร้าง Passion เพื่อให้เด็กสนุก และอยากซ้อมได้ทุกวัน ถ้าเริ่มจากความกดดัน แบบตะวันออก เด็กหลายคนอาจจะเลิกเล่นก่อนที่จะเก่ง หรือกลัวการ ซ้อมแบดไปเลย  แต่ก็อย่าลืมการฝึกซ้อมแบบทำซ้ำ ระบบที่สร้างระเบียบวินัย เพราะสำคัญมากๆ กับเด็กพื้นฐาน
2. ระดับเพื่อความเป็นเลิศ เมื่อถึงจุดหนึ่ง ศาสตร์ตะวันออก คือการสร้างวินัยและการทำซ้ำเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก เพราะในระดับโลกความแม่นยำเพียง 1% ก็ตัดสินแพ้ชนะได้
3. หากนำ 2 ระบบเข้ามาผสมผสานกัน ย่อมเกิดผลดี คือใช้ระบบการซ้อมที่เข้มงวดแบบตะวันออกเพื่อให้พื้นฐานแน่นและความมีวินัย ของนักกีฬา ซึ่งมีความสำคัญมาก ในขณะเดียวกัน ก็เปิดพื้นที่ให้เด็กได้ลองวางแผนและเล่นเกมที่ใช้สมองในการเรียนคิดสร้างสรรค์แบบตะวันตกด้วย

"แล้วนักกีฬาหรือเด็กไทย ต้องการระบบแบบไหน"

ส่วนตัวผมคิดว่า เด็กไทยต้องการระบบที่แข็งแรงและมีวินัย  เพราะเรื่อง ฝีมือ Skill และความคิดสร้างสรรค์ เด็กไทย ค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่ยังขาด  Basic ที่แน่น ซึ่งจะสร้างขึ้นได้คือการทำซ้ำ อย่างหนักแน่น และความคงเส้นคงวา แต่ก็ต้องผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ ให้เด็กรู้จักฝึกคิด ฝึกแก้ปัญหาด้วย

ในฐานะที่เราเป็นโค้ช อาจจะลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า วันนี้นักกีฬาของฉันขาดอะไร
  • ถ้าเด็กเล่น แบบสะเปะสะปะ เบสิคไม่ดี ไม่มีวิธีการเล่นแบบมีวินัย ก็ต้องอัด ศาสตร์ตะวันออกเข้าไป
  • ถ้าเด็กเล่นแบบหุ่นยนต์ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ เครียดจนเกร็ง ก็ต้องใส่เกมหรือเงื่อนไข ให้อิสระ ในความคิด ใช้ศาสตร์ แบบตะวันตก
แล้วคุณคิดว่าเด็กที่คุณดูแลอยู่ตอนนี้ ส่วนใหญ่หนักไปทางไหนครับ??

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นของคุณ